Categories
women

ความรักคืออะไร ..? เปิดโพลล์ มุมมองความรักในแบบ GEN X Y Z และ Baby Boomer

ความรักคืออะไร ..? แน่นอนว่าแต่ละช่วงวัยต้องย่อมต่างกัน ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) จึงได้หาคำตอบผ่านการทำผลสำรวจเรื่อง ทัศนคติและพฤติกรรมและการใช้จ่ายของประชาชนในวันวาเลนไทน์ปี 2563 มาให้เราได้เรียนรู้กันว่า ในแต่ละช่วงวัยมีมุมมองความรักอย่างไรกันแน่

ผลสำรวจ จากคำถามว่า ความรักคืออะไร..?

โพลล์จาก มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ทำการสำรวจทัศนคติของกลุ่มตัวอย่าง ทั้งสิ้น 1,234 ตัวอย่างทั่วประเทศ ด้วยหัวข้อ ความรักของท่านคืออะไร ซึ่งผลสำรวจพบว่า

  • 29.1% มองว่าเป็น การร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน
  • 27.8% มองว่าเป็น ความสุข
  • 27.2% มองว่าเป็น กำลังใจ
  • 14.3% มองว่าเป็น ความรับผิดชอบ
  • 1.6% มองว่าเป็น ความสนุก

เมื่อจำแนกออกเป็นตาม Genneration พบว่า

  • Baby Boomer (อายุ 55-73 ปี) ให้น้ำหนักความรักไปที่เรื่องของ การร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน เป็นอันดับ 1 ถึงร้อยละ 35.9 รองลงมาเป็นเรื่องของ ความสุข ร้อยละ 24.5 และ กำลังใจ ร้อยละ 21.1 ตามลำดับ
  • GenX (อายุ 39-54 ปี) ให้น้ำหนักคล้ายคลึงกับ Baby Boomer แต่ค่าเฉลี่ยจะค่อนข้างต่างกัน โดย GenX มองการร่วมทุกข์ร่วมสุขกันสำคัญสุดถึง ร้อยละ 32.3 ขณะที่ ความสุข เป็นร้อยละ 28.5 และ 25.1 มองว่าเป็นเรื่องการให้กำลังใจ

  • GenY (อายุ 23-38 ปี)  จะมีมุมมองความรักที่เปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวโดยพวกเขาจะให้ความสำคัญไปที่กำลังใจถึง ร้อยละ 31.9 และ ความสุขที่ร้อยละ 28.4 ขณะที่การร่วมทุกข์ร่วมสุขกันที่เคยเป็นความสำคัญอันดับแรกนั้นลดลงมาเหลือ ร้อยละ 23.6 เท่านั้น
  • GenZ (อายุ 23 ปีลงไป) ได้เทความเห็นไปเรื่อง ความสุข ถึงร้อยละ 40.0 และมองเป็น กำลังใจ ร้อยละ 30.0 แต่มองว่าความรักเป็นเรื่อง การทุกข์ร่วมสุขกัน ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 15.0

บอกรักต่อหน้ายังเป็นช่องทางยอดนิยม

แม้จะเป็นในยุคสมัยที่เทคโนโลยีเป็นสื่อกลางของเอเวอรี่ธิงบนโลกนี้ แต่ก็ไม่มีอะไรลบล้างความโรแมนติกได้ เพราะจากโพลล์ที่สำรวจพบว่าการบอกรักซึ่งหน้า ยังคงเป็นที่นิยมที่สุดในทุกเจนฯ ซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นรวมถึง 60.7% 

ขณะที่การบอกรักผ่าน Line กลายเป็นที่นิยมรองลงมาที่ 16.6% แซงการบอกรักผ่านโทรศัพท์ที่เหลือเพียง 13.1% และบอกรักผ่าน Facebook เพียง 8.8% ซึ่งบ่งบอกพฤติกรรมของคนทุกเจนฯ ว่าการให้ส่งความรู้สึกให้กับคนรักแบบไม่ผ่านหน้าจอนั้นยังคงเป็นสิ่งที่นำขาดเสมอ

และนี้คือคำตอบของคำถามที่ว่า ความรักคืออะไร ..? แต่นี้เป็นแค่ข้อมูลเชิงสถิติ เรื่องของความรักนั้นจริง ๆ เป็นสิ่งที่ควรมาจากความรู้สึก ดังนั้นควรใช้ความรู้สึกของตัวเองเป็นคำตอบจะดีกว่า

Happy Valentine’s Day

Reference :

http://cebf.utcc.ac.th/upload/poll_file/file_th_122d07y2020.pdf
Categories
travel

15 แลนด์มาร์ค สุดยอดที่เที่ยวรัสเซีย ไม่ได้ไปเยือน ต้องเสียใจแน่นอน

รัสเซีย เป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจสุดยิ่งใหญ่และมีความน่าเกรงขามที่สุดประเทศหนึ่งของโลก ด้วยเขตการปกครองที่กว้างใหญ่ ประกอบกับสภาพอากาศที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค ทำให้รัสเซียมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยสะกดใจคอยดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมาย ที่สำคัญคือฟรีวีซ่าสำหรับคนไทยด้วย ดังนั้นเราเลยนำ 15 สุดยอดที่เที่ยวรัสเซีย มาแนะนำเพื่อนๆ กัน หรือจะเรียกว่าป้ายยา กระตุ้นต่อมอยากเที่ยวของเพื่อนๆ ก็ได้  รับรองว่าแต่ละที่ทั้งสวยคุ้มค่ากับการบินลัดฟ้าข้ามทวีปกว่า 8 – 9 ชั่วโมงอย่างแน่นอน อ้อ! ถ้าหากเพื่อนๆ คนไหนอยากเดินทางมา ท่องเที่ยวรัสเซีย เราแนะนำให้จองตั๋วเครื่องบินไปรัสเซียกับ Traveloka เพราะมีโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินออกมาตลอด มีโค้ชส่วนลดแจกประจำด้วย เพื่อนๆ จะได้ประหยัดงบค่าเดินทางไปได้หลายบาทเลย 

1. พระราชวังฤดูหนาว (Hermitage Museum)

พระราชวัง Hermitage Museum หรือพระราชวังฤดูหนาว กำแพงสีเขียวสลับขาวด้านนอกว่าสวยแล้ว ยิ่งได้เข้าไปเยี่ยมชมข้างในแล้วเพื่อนจะต้องตะลึงถึงความงดงามหนักกว่าเดิม เพราะด้านในพระราชวังฤดูหนาว มีการออกแบบไว้อย่างวิจิตรตระการตา ประดับประดาข้าวเครื่องเครื่องใช้ต่างๆ ด้วยทองคำบริสุทธิ์สีทองเรืองรองไปทั่วทุกที่ ภายในพระราชวังมีการจัดแบ่งโซนเที่ยวชมได้ตามราคาและแพ็คเก็จที่เพื่อนๆ เลือก แนะนำว่าให้จองตั๋วออนไลน์ก่อนไป เพราะจะได้ไม่ต้องไปต่อแถวซื้อตั๋วให้เสียเวลา

ที่อยู่ : https://goo.gl/maps/w5yN2Gqzz481CvDY9 

2. พระราชวังเครมลิน (Kremlin)

พระราชวังเครมลินเป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวรัสเซียสุดโด่งดังที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างยกนิ้วให้ ด้วยรูปลักษณ์ที่เหมือนป้อมปราการเตรียมพร้อมสำหรับการทำสงคราม ทำให้พระราชวังเครมลินนั้นดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม เบื้องหลังกำแพงสีแดงสดนี้ มีข้าวของเครื่องใช้ที่สวยงามและเต็มไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสน์มากมาย โดยเฉพาะปืนใหญ่และระฆังของพระเจ้าซาร์ ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นโบราณวัตถุ 2 ชิ้นนี้มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยทีเดียว  

ที่อยู่ : https://goo.gl/maps/rPc6JaS8qmk7tiwV9 

3. โบสถ์แห่งหยดเลือด (Savior on the Spilled Blood)

ถึงแม้ว่าภายนอกของโบสถ์แห่งหยดเลือดจะมีรูปลักษณ์และสีสีสันที่สวยงามมากเพียงไร แต่ที่มาที่ไปของโบสถ์แห่งนี้ก็น่าเศร้าและน่าสนใจไม่น้อย เพราะเป็นสถานที่ลอบปลงพระชนม์พระเจ้าอเล็กซ์ซานเดอร์ที่ 2 หลังจากที่พระองค์ทรงประกาศเลิกทาส เพื่อให้ประชาชนทุกคนที่สิทธิเท่าเทียมกัน แต่ชาวนาบางส่วนกลับไม่พอใจเนื่องจากมีรายได้ลดลง แต่อย่างไรก็ตามสาเหตุการถูกลอบปลงพระชนม์มาจากเรื่องใดก็ไม่มีการระบุไว้อย่างแน่ชัด โดยด้านในมีส่วนจัดแสดงเพื่อระลึกถึงคุณงามความดีและประวัติของพระองค์ให้เราได้ศึกษากันด้วย

ที่อยู่ : https://goo.gl/maps/qogJeJ9TdS3oTSsP8 

4. จัตุรัสแดง (Red Square)

มาถึงรัสเซียทั้งที ถ้าไม่ได้ไปเดินเล่นจัตุรัสแดงก็ดูเหมือนว่าจะตามล่าเก็บแลนด์มาร์คกันไม่ครบ สาเหตุที่จัตุรัสแห่งนี้ได้ชื่อว่า จัตุรัสแดงก็เพราะลานกว้างแห่งนี้ถูกรายล้อมไปด้วยอาคารบ้านเรือนและสถานที่ท่องเที่ยวสีแดงและสีส้มทั้งสี่ด้านนั่นเอง โดยจัตุรัสแดงเป็นศูนย์กลางของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัยหลายแห่ง เช่น ห้างสรรพสินค้า GUM , วิหาร St. Basil และพระราชวังเครมลิน 

ที่อยู่ : https://goo.gl/maps/gzLxoR1zAwe3Ucpy9 

5. พระราชวังแคเธอริน (Catherine Palace)

พระราชวังแคเธอรินนับเป็นอีกหนึ่งสถานที่เที่ยวที่สะท้อนความยิ่งใหญ่และรุ่งเรืองเมื่อครั้งอดีตกาลของรัสเซียได้อย่างดีเยี่ยม พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อนในสมัยพระนางแคทเธอรีนที่ 1 พระมเหสีของปีเตอร์มหาราช ไฮไลท์ของพระราชวังแคเธอรินก็คือห้องอำพันที่ถูกออกแบบและประดับประดาด้วยทองคำบริสุทธิ์ไปทั่วทั้งห้อง เพื่อนๆ เราสามารถเดินเล่นเที่ยวชมพระราชวังแห่งนี้ได้อย่างใกล้ชิด รับรองเลยว่าจะต้องตื่นตาตื่นใจกับความงามของสถาปัตยกรรมภายในพระราชวังแห่งนี้แบบตาค้างเลยไป 

ที่อยู่ : https://goo.gl/maps/xhu5Q1YChZ2faNat9 

6. มหาวิหารเซนต์เบซิล (St. Basil’s Cathedral)

มหาวิหารเซนต์เบซิลเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของรัสเซีย เห็นรูปลักษณ์ของมหาวิหารเซนต์เบซิลสวยงามและเป็นเอกลักษณ์มากขนาดนี้ จริงๆ แล้วมีเบื้องลึกในการก่อสร้างที่เลือดเย็นไม่เบา โดยมหาวิหารเซนต์เบซิลถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้าซาร์อีวานที่ 4 ที่ต้องการประกาศชัยชนะจากทำสงครามในอัสตราคาน และเมื่อสร้างเสร็จ พระเจ้าซาร์อีวานที่ 4 ก็จัดการควักลูกตาของช่างก่อสร้างทุกคนทิ้ง เพื่อที่จะได้ไม่สามารถพระราชวังที่มีความงดงามแบบนี้ได้อีก มหาวิหารเซนต์เบซิลมีสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างรัสเซียแบบโบราณและยุโรตะวันตกเข้าด้วยกัน มี 9 โดมทรงหัวหอมสีสันสดใสแตกต่างจากมหาวิหารอื่นๆ จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ไม่มีใครสามารถเลียนแบบได้เลย 

ที่อยู่ : https://goo.gl/maps/qwLra7mLqWp8YN4eA

7. มหาวิหารเซนต์เดอะซาเวียร์ (Cathedral of Christ the Saviour)

มหาวิหารเซนต์เดอะซาเวียร์หรือมหาวิหารโดมทอง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่บ่งบอกถึงความเป็นมาของประเทศรัสเซียได้เป็นอย่างดี เพราะไม่ใช่แค่ความยิ่งใหญ่แต่ที่นี่ยังเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์นิกายออโธด็อกซ์ ซึ่งเป็นนิกายเก่าแก่โบราณที่สุดในประเทศรัสเซียอักด้วย ปัจจุบันโบสถ์แห่งนี้ยังคงใช้ประกอบศาสนพิธีอยู่ แม้ว่าเราจะไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายรูปด้านใน แต่เพียงแค่มองเฉยๆ ก็ติดตาตรึงใจไปอีกนานแสนนา

ที่อยู่ : https://goo.gl/maps/6qi1rew9eEUnFzaTA 

8. ถนนอาราบัท (Arbat Street)

เปลี่ยนมาเดินเล่นชิลๆ ดูบรรยากาศตามข้างทางกันบ้างดีกว่า ถนนอาราบัทถือว่าเป็นถนนที่เก่าแก่ของกรุงมอสโค เมื่อครั้งอดีตเคยเป็นที่พบปะสังสรรค์ของชนชั้นขุนน้ำขุนนางมากมาย ทำให้อาคารบ้านเรือนโดยรอบนั้นมีการออกแบบที่สวยงามและดูหรูหรา ปัจจุบันถนนอาราบัทถูกเนรมิตให้เป็นถนนคนเดินที่ได้รับความนิยมจากทั้งคนรัสเซียและนักท่องเที่ยวทั่วโลก เราสามารถเดินเล่นเที่ยวชมผลงานชิ้นเยี่ยมของเหล่าจิตรกรได้อย่างเพลิดเพลินท่ามกลางร้านรวงเก่าแก่ที่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้ได้อย่างดี 

9. มหาวิหารคาซาน (Kazan Cathedral)

มหาวิหารคาซานเป็นมหาวิหารที่มีสถาปัตยกรรมลูกผสมระหว่างนีโอคลาสสิคและอิตาลี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คในรัสเซียที่เราอยากให้เพื่อนๆ มาเยี่ยมชม เราสามารถเข้าไปดูด้านในของมหาวิหารคาซานได้ แต่ต้องแต่งกายสุภาพ กิริยาสำรวมกันสักนิด เพราะที่นี่ยังใช้ประกอบกิจกรรมทางศาสนาคริสต์กันอยู่ ส่วนด้านนอกเป็นสวนสาธารณะเล็กๆ เอาไว้ให้เราได้นั่งเล่นพักผ่อน  ทำกิจกรรมกลางแจ้งรับแสงแดดอุ่นๆ เพื่อต่อสู้กับอากาศหนาวเย็นที่ปกคลุมตลอดทั้งปี

ที่อยู่ : https://goo.gl/maps/Sd73ftmgVHVCdUFk6 

10. พระราชวังเปเตียร์กอฟ (Peterhof Palace)

พระราชวังเปเตียร์กอฟหรือพระราชวังฤดูร้อน ถือว่าเป็นสุดยอดไฮไลท์ที่หากเพื่อนๆ พลาดไปแล้วจะต้องเสียดายมาก พระราชวังฤดูร้อนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช เป็นพระราชวังที่ใช้เวลาในการก่อสร้างยาวนานที่สุดมากกว่าสิบปี แต่ก็แล้วเสร็จออกมาสวยงามและยิ่งใหญ่คุ้มค่ากับเวลาที่รอคอย ด้านในพระราชวังมีสิ่งที่น่าสนใจอยู่หลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นโซนจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ หรือสวนน้ำพุกลางแจ้ง ยิ่งถ้าหากเพื่อนๆ ได้มาในช่วงฤดูร้อนพอดี ทางพระราชวังฤดูร้อนก็จะทำการจัดแสดงน้ำพุท่ามกลางสวนดอกไม้สีสันสดใสงดงามจับตา เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและไม่ควรพลาดเลยจริงๆ 

ที่อยู่ : https://goo.gl/maps/w2rR4faERhNGzZZcA

11. ห้างสรรพสินค้ากุม (GUM)

ห้างสรรพสินค้ากุมเป็นห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงมอสโค เพราะมีอายุมากกว่า 120 ปี แถมยังได้รับการยกย่องให้เป็นอีกหนึ่งห้างสรรพสินค้าที่งดงามที่สุดติดอันดับโลกเลยทีเดียว มุมมหาชนสุดเด็ดที่เพื่อนไม่ควรพลาดก็คือโถงทางเดินชั้นสามที่เราสามารถมองลงไปเห็นร้านรวงต่างๆ และความสวยงามของสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมได้อย่างสุดลูกหูลูกตา ปัจจุบันห้าง กุมยังคงดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่อง มีร้านรวงและสินค้าแบรนด์เนมมากมายให้เราเข้ามาเดินเล่น ช้อปปิ้ง ถ่ายรูปสวยๆ กัน

ที่อยู่ : https://goo.gl/maps/w11Devm8z6YoUjyW8 

12. วิหารเซนต์ไอแซค (St. Isaac’s Cathedral)

วิหารเซนต์ไอแซคเป็นสถานที่สำคัญที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่พระบรมราชาภิเษกสมรสของพระเจ้าปีเตอร์มหาราชและพระนางแคทเธอรีน ทำให้มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามอลังการ มีหลังคารูปโดมที่ทำจากทองคำบริสุทธิ์ 100 กิโลกรัม ปัจจุบันด้านในเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงถึงประวัติความเป็นมาของพระเจ้าปีเตอร์มหาราชและพระนางแคทเธอรีนนั่นเอง

ที่อยู่ : https://goo.gl/maps/HkaqJgTQ69QBrxzG6 

13. ตลาดอิซเมโลฟสกายา (Izmailovsky Market)

ตลาดอิซเมโลฟสกายาเป็นตลาดที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของรัสเซีย เป็นแหล่งรวมสินค้าพื้นเมืองมากมายไม่ว่าจะเป็นผลไม้ ของสด ของแห้ง แม้กระทั่งเครื่องประดับต่างๆ ก็มีให้เราได้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านไป ของฝากยอดนิยมก็คือตุ๊กตาลูกดก ที่ถูกแกะขึ้นจากไม้ระบายด้วยสีสันสวยงามสดใส หรือถ้าเราเดินเล่นจนเหนื่อยแล้ว ด้านในก็ยังมีร้านขายอาหารและเครื่องดื่มไว้คอยบริการ ให้เราได้นั่งพัก จิบเครื่องดื่มเติมพลัง 

ที่อยู่ : https://goo.gl/maps/741aHDbqfpRMPgsr5

14. ป้อมปีเตอร์แอนด์พอล (Peter And Paul Fortress)

ป้อมปีเตอร์แอนด์พอลถือได้ว่าเป็นป้อมปราการ​ที่มีความสำคัญ​และทรงคุณค่า​ที่สุดของเมืองเซนส์​ปีเตอร์​เบิร์กก็ว่าได้ ​เนื่องจาก​พระเจ้า​ปีเตอร์​มหาราชต้องการจะตอบแทนคุณงามความดีของ​บาทหลวงปีเตอร์และบาทหลวงพอลที่ต่อสู้ยืนหยัดในการเผยแพร่ศาสนาคริสต์อย่างมุ่งมั่น ไม่หวั่นไหวต่อภัยสงครามที่คุกคามเข้ามาจนวินาทีสุดท้ายของชีวิตตัวเอง ด้านในถูกออกแบบ​ตกแต่ง​ด้วย​ศิลปะ​แบบบาร็อค เป็นอาคารทรงหกเหลี่ยมที่มีความสวยงาม ถึงแม้ว่าป้อมปราการ​แห่ง​นี้​เราอาจจะต้องเดินทางไกลสักหน่อย แต่เมื่อได้เข้าไปเยี่ยมชมแล้วรับรองว่าสวย คุ้มค่าหายเหนื่อยเลยจริงๆ 

ที่อยู่ : https://goo.gl/maps/ttXJ62qQyHx5VSQ38 

15. ทะเลสาบไบคาล (Baikal)

ทะเลสาบไบคาลเป็นแลนด์มาร์คของรัสเซียที่กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก เพราะเป็นทะเลสาบที่เก่าแก่และลึกที่สุดในโลก เป็นเครื่องสะท้อนถึงวิวัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของโลกได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีอายุกว่า 25 ล้านปีและมีธรณีวิทยาที่น่าสนใจ เพราะอากาศหนาวจนน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง ปัจจุบันการออกเดินทางท่องเที่ยวทะเลสาบไบคาลนั้นมีบริษัททัวร์ให้บริการอยู่มากมาย ตามแต่ราคาและแพ็คเก็จที่เราเลือก 

ที่อยู่ : https://goo.gl/maps/CkWEqQr6YZoJ6p2Z9 

นี่ก็​คือ 15 แลนด์มาร์สำคัญของรัสเซีย ที่เราไม่อยากให้เพื่อนๆ พลาด รับรองเลยว่าหากเพื่อนๆ ไปเที่ยวตามที่ที่เราแนะนำแล้วถ่ายรูปมา รับรองว่าใครได้เห็นรูปแล้วจะต้องอิจฉาเพื่อนๆ อย่างแน่นอนเลย

Categories
tech

See U in Next 30 Years หนังสั้นจากสมาร์ทโฟน ครั้งแรกของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี

“เมื่อโลกอยู่ยากขึ้นทุกวัน แถมยังสร้างความหวาดกลัวไว้ในใจ” คือ ที่มาของ See U in Next 30 Years หนังสั้น Spin-off ของ Where We Belong ภาพยนตร์ Coming of Age ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจากผู้กำกับรุ่นใหญ่อย่าง คงเดช จาตุรันต์รัศมี

See U in Next 30 Years 
หนังสั้น สะท้อนความคิดวัยรุ่น

ด้วยแรงบันดาลใจจากตัวเลข 30 ในรุ่นของสมาร์ทโฟนที่ใช้ถ่ายทำอย่าง Huawei Mate 30 Pro คงเดชเลยอยากนำเสนอเรื่องราวที่มาในรูปแบบย้อนเวลาของเด็กสาวคนนึงที่จู่ๆ ก็อ้างว่าตัวเองเป็นหลานสาวที่เดินทางมาจากอนาคต เพื่อมาช่วยทำให้สิ่งที่ติดค้างในอดีตของยายตัวเองให้ดีขึ้น โดยยังคงความยูนีคที่พูดถึงประเด็นความกดดัน ความเจ็บปวด และประเด็นของสังคมในช่วงเวลาวัยรุ่น ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยไหนก็ตาม

จากความท้าทายนี้ หนังสั้น See U in Next 30 Years หนังสั้นความยาว 22 นาที ถูกบันทึกจากสมาร์ทโฟนครั้งแรกจากคงเดช ซึ่งภาพที่ออกมาทำให้เห็นชัดเลยว่าเทคโนโลยีสมัยนี้ก้าวไกลและสามารถเนรมิตรสิ่งใหม่ๆ มุมมองใหม่ๆ ที่ใครก็สามารถทำได้ 

“ทรีตสมาร์ทโฟนให้เป็นกล้อง แล้วถ่ายหนังที่เป็นหนังออกมา”
– คงเดช จาตุรันต์รัศมี –

หลังจากเสร็จสิ้นจากกองถ่าย. คงเดชบอกว่า “ด้วยระบบเซนเซอร์ถ้าเปรียบเทียบกับกล้องดิจิตอลแล้ว ก็ยังคงถือเล็กกว่ามาก แต่เทคโนโลยี ซอร์ฟแวร์ หรือระบบต่างๆ นี่แหละ ที่ทำให้สมาร์ท์โฟน Huawei Mate 30 Pro มีความโดดเด่น เพราะมีฟีลเจอร์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นระบบหน้าชัดหลังเบลอ Slow motion และด้วยความสมาร์ทโฟนมีขนาดเล็กจึงทำให้เราสามารถเล่นมุมกล้อง ได้หลากหลายมุมมอง หรือไปเอากล้องเข้าไปถ่ายในจุดที่ ที่ปกติแล้วไม่สามารถถ่ายได้ ถือเป็นอะไรที่ท้าทาย และน่าประทับใจ”

See you in Next 30 Years

See you in Next 30 Yearsหนังสั้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันระหว่างยายในอดีตกับหลานสาวคนปัจจุบันโดยใช้สมาร์ทโฟน Huawei Mate 30 Pro เป็นเครื่องมือถ่ายทำครั้งแรกของ ผู้กำกับมากฝีมือ คงเดช จาตุรันต์รัศมีและขอเชิญคุณร่วมส่งผลงานหนังสั้นในสไตล์คุณมาในโครงการ HUAWEI Film Awards ด้วย HUAWEI Mate 30 Proติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ https://consumer.huawei.com/th/campaign/film-awards/

โพสต์โดย MThai เมื่อ วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2020

แต่ความคมชัดของภาพก็สามารถทำให้เราอินไปกับหนังสั้นเรื่องนี้ได้จนถึงตอนจบ และในอนาคตถือเป็นสัญญาณที่ดีที่สมาร์ทโฟนจะพัฒนาไปเรื่อยๆ จนสามารถนำมาผลิตอะไรได้หลากหลายอย่างมากขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่าถ้าไม่บอกว่าหนังสั้นเรื่องนี้ถ่ายจากสมาร์ทโฟนก็คงจะไม่มีใครรู้

Categories
women

SK-II และนักกีฬาโอลิมปิกประกาศ ความสวย #ไม่ใช่การแข่งขัน

อย่าปล่อยให้การแข่งขันนี้ฉุดรั้งเราไว้อีกต่อไป: SK-II และนักกีฬาโอลิมปิกร่วมมือต่อต้านการแข่งขันที่ร้ายกาจกับแคมเปญ ความสวย #ไม่ใช่การแข่งขัน

ไกล้เข้ามาแล้วขึ้นทุกที กับการแข่งขันกีฬา โตเกียวโอลิมปิก 2020 ที่ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 32 ถือเป็นมหกรรมกีฬาที่หลายๆ คนตั้งตารอคอยเพื่อชมความยิ่งใหญ่จัดเต็มในครั้งนี้ และถือเป็นอีกครั้งที่ผู้ชมทั่วโลกจะได้เฉลิมฉลองไปกับการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ พร้อมครึกครึ้นไปกับเหล่านักกีฬาฝีมือดีจากทั่วมุมโลก แต่ในขณะที่ทั่วโลกให้ความสนใจกับการแข่งขัน แบรนด์ความงามอย่าง SK-II ได้มีการแสดงความคิดเห็นให้กับการแข่งขัน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการแข่งขันเป็นสิ่งที่งดงาม เพราะการแข่งขันสามารถนำสิ่งที่ดีที่สุดในตัวเราออกมา เพื่อพลักดันเราไปข้างหน้า กระตุ้นให้เราพัฒนามากขึ้น และทำให้เราเป็นคนแข็งแกร่ง อีกทั้งเป็นสิ่งที่ทำให้เราก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้ แต่ถึงแม้ว่าการแข่งขันจะเป็นสิ่งที่ดีในหลายสถานการณ์ หลายคนอาจไม่รู้ตัวว่าการแข่งขันก็สามารถเป็นสิ่งที่ร้ายกาจได้เหมือนกัน

ในเมื่อทั้งโลกกำลังเตรียมตัวสำหรับมหกรรมกีฬาอันยิ่งใหม่ในครั้งนี้ แบรนด์สกินแคร์ชื่อดังระดับโลก SK-II จับมือกับ นักกีฬาโอลิมปิก ชั้นนำ เพื่อประกาศแนวคิด #ไม่ใช่การแข่งขัน แต่การแข่งขันที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงกีฬาแต่อย่างใด เพราะหมายถึงความสวยต่างหาก สุดท้ายแล้วทุกคนก็ต้องตกเป็นเหยื่อของนิยามความสวยที่สังคมกำหนดให้กับผู้หญิงทุกคน ซึ่งการแข่งขันที่มีพิษภัยเหล่านี้ ก็ทำให้หลายๆ คน หล่อหลอมรูปลักษณ์ภายนอก ความคิด และการกระทำ พร้อมสร้างความกดดันให้กับตัวเองในชีวิตประจำวัน ต่างจากการแข่งขันด้านอื่นที่ทำให้เราพัฒนาและก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ การแข่งขันด้านความงามบังคับให้เราใช้ชีวิตที่อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม

เราจึงช่วยไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่า เมื่อไหร่กันที่ความสวยเป็นเรื่องของการแข่งขัน? และทำไมเราถึงไม่กล้าที่จะท้านิยามความสวยที่คับแคบเหล่านี้ให้หลุดพ้นจากชีวิตเรา? 
ด้วยความร่วมมือจากนักกีฬาชั้นนำอย่าง ชั้นนำหญิง Simone Biles ยอดนักยิมนาสติกระดับโลก Liu Xiang นักว่ายน้ำเจ้าของสถิติโลกIshikawa Kasumi นักเทเบิลเทนนิส ผู้ชนะเลิศโอลิมปิกครั้งที่สอง Ayaka TakahashiและMisaki Matsutomo นักโต้คลื่นที่เป็นผู้ชนะเหรียญทองโอลิมปิก Mahina Maeda และ Hinotori Nippon นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติญี่ปุ่น SK-II ประกาศแคมเปญ ความสวย #ไม่ใช่การแข่งขันอันร้ายกาจที่ไม่มีใครสนับสนุนและสมัครใจลง

จากคลิปข้างต้น ถือเป็นการยืนยันเพื่อแสดงจุดยืน ความมุ่งมั่น ในการแบ่งแยกการแข่งขันออกจากความสวย และช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิง แต่นอกจากนี้แล้ว นักกีฬาชั้นนำเหล่านี้ก็ได้เปิดเผยประสบการณ์ส่วนตัวของพวกเขาบนช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยสร้างนิยามใหม่กับคำว่า ‘ความสวย’ และตัดสินใจไม่เข้าร่วมการแข่งขันที่เป็นพิษเหล่านี้ เพราะความกดดัน ไม่ควรที่จะกำหนดทางเลือกของเรา

ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นนักยิมนาสติกที่ได้รับเหรียญรางวัลมากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันชิงแชมป์โลกก็ตาม ซีโมน ไบลส์ต้องเผชิญกับคำวิพากษ์วิจารณ์ด้านลบเกี่ยวกับแขน ขาหรือร่างกายของเธอ รวมถึงรูปลักษณ์ของเธอเวลาที่ใส่ชุดเดรส ชุดรัดรูป ชุดว่ายน้ำหรือกางเกงลำลอง ในแคมเปญครั้งนี้ ซีโมนเลือกที่จะไม่ใส่ใจกับการวิ่งไล่ตามมาตรฐานความงามและวัฒนธรรมการบุลลี่คนที่ผิดไปจากมาตรฐานนี้กับการที่คนอื่นรู้สึกว่าสิ่งรอบตัวไม่เป็นไปตามมาตรฐานของพวกเขา เพราะไม่มีใครควรมีสิทธิ์มาบอกเราว่านิยามความควรเป็นอย่างไร

ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่ อิชิกาวา คาซูมิ จะได้เข้าร่วมมหกรรมกีฬาโอลิมปิก แต่ยิ่งเธอประสบความสำเร็จมากเท่าไร เธอยิ่งตั้งคำถามกับตัวเองมากขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากแรงกดดันและความคาดหวังที่มี เธอเปิดเผยว่าความรู้สึกนี้ เป็นสิ่งที่คอยฉุดรั้งไม่ให้เธอใช้ศักยภาพที่อย่างเต็มที่ จึงทำให้เธอก้าวข้ามขีดจำกัดของตังเองไม่ได้ แต่ในการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้ อิชิกาวามุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุด และจะไม่ยอมให้คนอื่นมากำหนดว่าตัวเธอมีความสามารถอย่างไรบ้าง เพราะเธอพบว่า “ความกังวลเป็นสิ่งที่ร้ายกาจและทำให้เราคิดอะไรไปเกินกว่าเหตุ”

สำหรับนักเสิร์ฟแสนกล้าหาญอย่าง มาฮินะ มาเอดะ เธออยากต่อต้านกฎเกณฑ์ความงามที่สังคมพยายามกำหนดว่าผู้หญิงควรมีรูปลักษณ์แบบไหนและทำตัวอย่างไร ขณะที่สังคมพยายามกำหนดนิยามความสวยของผู้หญิงจากทุกมุมโลก มาเอดะสลัดตัวเองออกจากเงื่อนไขความงามที่สังคมสร้างขึ้น และยืนยันว่าจะไม่มีวันยอมให้ค่านิยมเรื่องความสวยมาขวางกั้นความพยายามที่จะไปให้ถึงเป้าหมายของการเป็นนักกีฬาที่เก่งที่สุดในโลก เพราะไม่มีใครควรที่จะกำหนดว่าความสวยเป็นอย่างไร

นอกจากนี้แล้ว นักกีฬาทีมสาววอลเลย์บอลญี่ปุ่น ฮิโนโทริ นิปปอน ก็ได้จับมือร่วมกับ เอสเค-ทู ในแคมเปญ #ไม่ใช่การแข่งขัน นี้เพื่อต่อต้านนิยามความสวยแบบเดิมๆ เช่นกัน บ่อยครั้ง ฮิโนโทริ นิปปอน มักจะถูกเปรียบเทียบกับทีมชาติวอลเลย์บอลอื่นๆ เนื่องจากว่า พวกเธออาจตัวเล็กกว่าหลายทีม แต่สิ่งที่พวกเธอได้ประกาศว่า “อย่างไรก็ตาม การต่อสู้เพื่อความสมบูรณ์แบบตามมุมอมงของคุณอื่นไม่ใช่การแข่งขันที่แท้จริงของเรา” และพวกเธอจะไม่ยอมให้ความสงสัยนี้กำหนดความสำหร็จของ ฮิโนโทริ นิปปอน ได้

หลังจากได้คว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2016 นักเทเบิล เทนิสคู่อย่าง อายากะ ทากาฮาชิ และ มิซากิ มัตสึโมโตะ  ได้รับแรงกดดันให้พวกเธอทำเกมส์ให้ดีทั้งในแบบเดี่ยวและแบบคู่เนื่องจากว่า โตเกียวโอลิมปิก 2020 กำลังจะมาถึง แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาได้พูดคุยกัน อายากะ และ มิซากิ ก็เริ่มรู้สึกกระตือรือร้นอีกครั้ง เพราะทั้งคู่รู้ว่าเขากำลังเดินไปในเส้นทางนี้ด้วยกัน และเห็นด้วยว่ามิตรภาพของพวกเขาจะเป็นสิ่งที่จะผลักดันให้เขาไปข้างหน้าได้

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ความสวยไม่ใช่การแข่งขันอีกต่อ มาร่วมส่งต่อเคมเปญนี้ เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนร่วมกันประกาศ #ไม่ใช่การแข่งขัน และสร้างนิยามใหม่กับคำว่า ‘ความสวย’ ขึ้นมาใหม่ในแบบของตัวเอง อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บเพจ #ไม่ใช่การแข่งขัน 

Categories
Uncategorized

สรุปโพลล์จาก Hollywood Reporter Oscar ปีนี้ใครควรเข้า Wins – Trend

เรียกว่าเป็นอีกปีที่ขับเคี่ยวดุเดือดสำหรับ Oscar 2020 ที่มีภาพยนตร์น้ำดี และนักแสดงมากฝีมือเข้ามาลุ้นตุ๊กตาทองมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าเสียงจากที่แฟนหนังหลายคนต่างก็มีหลากหลายมุมมอง ซึ่งทาง Hollywoodreporter.com สื่อบังเทิงชื่อดังของวงการ Hollywood จึงจัดโพลล์ให้แฟนหนังร่วมโหวตว่ารางวัล Oscar ไหนควรเป็นของใคร

นักแสดงสมทบชาย ปีของตัวพ่อ!!

ที่ยกรางวัลนี้มาพูดถึงก่อน เพราะทุกคน ย้ำว่า ทุกคน! เคยมาวนเวียนอยู่บนเวทีนี้ และ 4 ใน 5 ของที่ถูกเสนอชื่อนี้เคยได้ตุ๊กตาทองมาแล้ว

  • การถูกเสนอชื่อครั้งแรกของ Al Pacino ในศตวรรษนี้ หลังจากถูกเสนอชื่อครั้งสุดท้ายและคว้า Oscar มาในปี 1993 (Scent of a Woman) ครั้งนี้เขากลับมารับบทเป็น Jimmi Hoffa ผู้นำสหภาพแรงงานในภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ มาร์ติน สกอร์เซซี่ อย่าง The Irishman
  • Joe Pesci อีกหนึ่งชื่อจาก The Irishman ในบท รัสเซล บูฟาลิโน่ หัวหน้าครอบครัวอาชญากรรม ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่สามของ Pesci ที่ได้รับการเสนอชื่อ ซึ่งเขาเคยคว้ารางวัลนี้มาแล้วใน Goodfalles
  • อีกหนึ่งรุ่นเก๋าอย่าง Sir Anthony Hopkins จากเรื่อง Two Popes กับบทสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ร่วมกันกับ สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิส (Jonathan Pryce ) ค้นหาจุดร่วมและสร้างเส้นทางใหม่ให้กับคาทอลิก โดยครั้งล่าสุดที่ Hopkins เข้าชิงนั้นเป็นปี 1998 ใน Amistad แต่ก่อนหน้านั้นเขาก็ได้ตุ๊กตาทองมาจากบท Hannibal ใน Silence of the Lambs
  • หากจะมีใครสักคนวนเวียนอยู่ในเวทีออสการ์บ่อยที่สุดในลิสต์นี้ คงไม่พ้น Tom Hanks ที่ปีนี้พี่แกมาในบท Fred Rogers จากเรื่อง A Beautiful Day in the Neighborhood พาทอมเข้าชิง Oscar เป็นครั้งที่ 6 และอาจจะเป็นตุ๊กตาทองตัวที่ 3 ของเขาก็เป็นได้
  • Brad Pitt เป็นอีกชื่อที่ถูกส่งเข้าชิง ในบทบาท Cliff Booth จาก Once Upon a Time In Hollywood ที่ผ่านมาแบรดมีชื่อเข้าชิงถึง 4 ครั้ง แต่ชวดหมด

Hollywood Reporter’s Top Vote : Joe Pesci จาก The Irishman
MThai Vote : Joe Pesci จาก The Irishman

นักแสดงสมทบหญิง หน้าใหม่ลุ้นเพียบ

ฟากนักแสดงสมทบหญิงเองก็ดุเดือดไม่แพ้กัน มีทั้งตัวแม่ ทั้งดาวรุ่ง เข้าชิงกันเป็นแถว แต่ที่น่าสนใจคือ 5 ใน 6 คนนี้ ยังไม่เคยได้รางวัลจาก Oscar เลย!

  • Laura Dern จากเรื่อง Marriage Story ซึ่งเธอได้รับบท Nora Fanshaw ทนายสาวผู้ดำเนินเรื่องการหย่าร้างให้กับ Nicole (Scarlett Johansson) โดยก่อนหน้านี้เธอเคยถูกเสนอชื่อเข้าชิง 2 ครั้งใน Rambling Rose (1992) และ Wild (2014)
  • ปีแรกที่ Scarlett Johansson มีชื่อเข้าชิงรางวัลในสาขาการแสดง แต่มาทั้งทีเธอมาหนัก เพราะเธอเป็นที่มีชื่อเข้าชิงทั้งในสาขา นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และ นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม โดยในสาขานี้เธอได้เข้าชิงจากบท Rosie ใน Jojo Rabbit ของ
  • Florence Pugh ดาวรุ่งจากภาพยนตร์ Little Women ที่ได้เข้าชิงเป็นครั้งแรก เธอได้รับบทเป็น Amy March ซึ่งมีฉากสำคัญไม่กี่ฉาก แต่ฉากเหล่านั้นได้ส่งให้เธอมาชิงรางวัลนี้
  • Margot Robbie กับบท Kayla Pospisil ใน Bombshell หญิงสาวผู้เป็นพิธีกรและผู้ประกาศสาว ที่ถูกคุกคามทางเพศจาก โรเจอร์ ไอล์ส ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ Fox News จนนำไปสู่การแฉและฟ้องร้องกัน ซึ่งมาร์ก็อตเองเลยได้รับเสนอชื่อเข้าชิงมาแล้วจากเรื่อง I, Tonya
  • เรียกเป็นเต็ง 1 ในสาขานี้ก็ว่าได้ สำหรับ Kathy Bates จากเรื่อง Richard Jewell โดยเธอรับบทเป็น Bobi Jewell แม่ของริชาร์ด ตลอดทั้งเรื่องเธอเป็นตัวละครสำคัญ ที่ช่วยเหลือและสนับสนุนลูกชาย เมื่อเปลี่ยนจากฮีโร่เป็นผู้ต้องสงสัยสำคัญของรัฐบาล ซึ่งเบตส์คนเดียวในสาขานี้ที่เคยได้รับรางวัลออสการ์ ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในปี 1991 จากเรื่อง Misery

Hollywood Reporter’s Top Vote : Kathy Bates จาก Richard Jewell
MThai Vote : Kathy Bates จาก Richard Jewell

นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ใครเหมาะสม..?

สำหรับรางวัล นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ปีนี้โหดเอาการ เพราะชื่อที่เข้าชิงนั้นถ้าไม่เป็นขาประจำตุ๊กตาทอง ก็เป็นคนคุ้นหน้าในหนังรางวัลกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น

  • Joaquin Phoenix เป็นคนที่ได้รับการคาดหวังมาก สำหรับในบทบาท Joker ซึ่งต้องยอมรับว่าทำออกมาได้ดีมาก จนถูกยอมรับจากหลายสถาบัน และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงนักแสดงนำยอดเยี่ยมเป็นครั้งที่สามครั้ง แถมยังขึ้นเป็นตัวเต็งสำหรับรางวัลนี้
  • Leonardo DiCaprio ที่กลับมาเข้าชิงอีกครั้งกับกับบทบาท Rick Dalton ใน Once Upon a Time In Hollywood หลังจากทำลายอาถรรพ์ของตังเองไปแล้วในรางวัลนี้เมื่อปี 2016

  • Adam Driver จาก Marriage Story ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์เป็นปีที่สอง แต่เป็นการขยับจากนักแสดงสมทบ มาเป็นนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ในบทของ Noah Baumbach ผู้กำกับละครที่กำลังหย่าร้างกับภรรยา

  • Jonathan Pryce ที่เราคุ้นเคยในบท High Sparrow ใน Game of Thrones มาในฐานะผู้ท้าชิงหน้าใหม่ จาก Two Pope ในบทสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส

  • Antonio Banderas อีกหนึ่งหน้าใหม่ในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ในบท Salvador Mallo จาก Pain and Glory ที่กระแสมาแรงมากจากโพลล์ของ Hollywood Reporter

Hollywood Reporter’s Top Vote : Jonathan Pryce จาก Two Pope
MThai Vote : Adam Driver จาก Marriage Story

นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ใครปังสุด..?

สำหรับรางวัล นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม เองก็น่าลุ้นไม่แพ้กันเพราะหลายคนต่างพกพาฝีมือและความน่าสนใจมาเต็มกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็น

  • Cynthia Erivo เป็นปีแรกที่เธอได้เข้าชิงในออสการ์ ในหนังชีวประวัติเรื่อง Harriet กับการสวมบทเป็น Harriet Tubman หนึ่งในบุคคลที่เป็นตำนานของชาวแอฟริกัน-อเมริกัน โดยที่เธอได้เอาชีวิตตัวเองเข้ามาเสี่ยงเพื่อช่วยเหลือคนผิวสีคนอื่นๆ หลายร้อยคนให้หลุดจากการเป็นทาส
  • Scarlett Johansson ได้เข้าชิงอีก 1 รางวัลที่เธอได้เข้าชิง จากการแสดงในบทบาท Nicole นักแสดงสาวที่กำลังเดินทางมาถึงทางตันในชีวิตคู่ใน Marriage Story
  • Saoirse Ronan จาก Little Women ในบท Jo March พี่สาวคนรอง ใน 4 ศรีพี่น้องตระกูล March ตระกูลที่ต้อง ดูแลกันและกันอย่างเสมอมาในบ้านของคุณป้าเธอ ซึ่งเธอเคยเข้าชิงมาแล้ว 3 แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จในเวทีนี้
  • Charlize Theron รับบทเป็น Megyn Kelly จาก Bombshell หนึ่งในสาว ผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศจาก โรเจอร์ ไอล์ส ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ Fox News ที่ผ่านมาเธอเคยได้เข้าชิงและสัมผัสตุ๊กตาทองมาแล้วจากเรื่อว Monster ในปี 2004
  • Renée Zellweger ผู้รับบท Judy Garland ใน Judy ภาพยนตร์ชีวประวัติของนักแสดงและนักร้องชื่อดัง ผู้หญิงที่ชนะรางวัลอัลบั้มยอดเยี่ยมจากเวที Grammy ได้เป็นคนแรก ซึ่งเธอเป็นอีกคนที่้เคยคว้า Oscar มาแล้วในฐานะ นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จาก Cold Mountain ในปี 2004

Hollywood Reporter Top Vote : Cynthia Erivo จาก Harriet
MThai Vote : Cynthia Erivo จาก Harriet

ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จะเป็นของใคร

และแน่นอนรางวัลที่ถูกจับตามองมากที่สุดคงไม่พ้นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่ปีนี้มีแต่หนังฟอร์มยักษ์ จากผู้กำกับระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็น

  • Joker เรื่องของนักแสดงตลกที่ล้มเหลวที่กลายเป็นวายร้าย
  • The Irishman คนขับรถบรรทุก ที่ผันตัวมาเป็นนักฆ่าและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยส่วนบุคคลของ Jimmy Hoffa
  • 1917 เรื่องของทหารอังกฤษสองนายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ข้ามไปยังดินแดนของศัตรู เพื่อช่วยทหารอีก 1,600 นาย
  • Once Upon a Time in Hollywood ชีวิตนักแสดงอาชีพที่อยู่ในความเสื่อมโทรมของ Hollywood ช่วงปี 1969
  • Jojo Rabbit ชีวิตเด็กชายผู้อ้างว้างที่มีเพื่อนเพียงคนเดียวที่อยู่ในจินตนาการ ชื่อ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์
  • Little Women พี่-น้องสี่คนเรียนรู้วิธีที่ก้าวผ่านเรื่องความรักและชีวิตในช่วงปี 1800
  • Marriage Story คู่สามีและภรรยาต้องเผชิญกับการหย่าร้าง
  • Parasite เรื่องราวของ 2 ครอบครัว ที่ฐานะทางสังคมต่างกันสุดขั้ว ต้องมาเกี่ยวดองกันและเผชิญเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เต็มไปด้วยคำลวง
  • Ford v Ferrari เรื่องของชายสองคนที่สร้างตำนานรถแข่งในนาม ฟอร์ด เพื่อเอาชนะเฟอร์รารีจากอิตาลี

Hollywood Reporter Top Vote : Jojo Rabbit 
MThai Vote : 1917

และนี่ก็คือรวมผู้ท้าชิง ตัวเต็ง และความคิดเห็นของโพลล์ จาก Hollywoodreporter.com ซึ่งจะออกตามหน้าโพลล์ หรือไม่..? หรือเป็นไปตามที่ทุกคนคาด ต้องมานั่งลุ้นกันกับงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 92 จับตาดูให้ดีเพราะงานแบบนี้มีเรื่อง Surprise เสมอ

Refference :

https://www.hollywoodreporter.com/search/oscars%20poll:
Categories
Uncategorized

ONLINE STEAMING ประกาศศักดา เข้าชิง Oscar 2020 24 รางวัล มากกว่าทุกค่ายหนังบนโลก – TELL

ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการ Content Steaming ที่ Netflix Originals ก้าวขึ้นไปคว้ารางวัลและเข้าชิงในสาขาต่างๆ บนเวทีระดับโลกมากมาย คราวนี้ถึงเวลาของเวทีที่ได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในวงการภาพยนตร์อย่าง OSCAR 2020 ซึ่งงวดนี้พวกเขามีชื่อเข้าชิงถึง 24 รางวัล และ ท้าชิงตำแหน่ง Best Picture ถึง 2 เรื่อง!

เข้าชิง 24 รางวัล เหนือคู่แข่ง

อย่างที่เกริ่นไว้ว่า ปีนี้ภาพยนตร์จากค่าย Netflix Originals นั้นเข้าชิงถึง 24 รางวัล เหนือคู่แข่งอย่าง Disney (23 รางวัล) และ Sony (20 รางวัล) โดย 10 รางวัลนั้นมาจาก The Irishman ของ Martin Scorsese ผู้กำกับชั้นบรมครูที่เคยฝากผลงานขึ้นหิ้งอย่าง Goodfelles (1990) กับ Casino (1995) เอาไว้ในโลกภาพยนตร์ และ 6 รางวัล จาก Marriage Story ที่แสดงนำโดย Adam Driver และ Scarlett Johansson ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนั้นมีลุ้นตำแหน่ง The Best Picture ในปี 2020

นอกจากนี้ยังมี 3 รางวัล จาก The Two Popes ที่ส่ง Jonathan Pryce เข้าชิงในตำแหน่งนักแสดงนำยอดเยี่ยม ซึ่งหากมองในกระแสแล้วก็ถือว่ามีลุ้นพอตัว และ Sir Anthony Hopkins กลับมาชิงรางวัลในสาขา นักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยมอีกครั้ง ขณะที่ Klaus กลายเป็นแอนิเมชั่นจาก Netflix อย่างเรื่องแรก ที่เข้าชิงแอนิเมชั่นยอดเยี่ยมอีกด้วย

จึงไม่แปลกที่ปีนี้ Netflix จะถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก เพราะนับเป็นก้าวสำคัญที่ ภาพยนตร์จาก Steaming การเข้าไปชิงชัยบนเวทีประกาศรางวัลระดับโลก

ส่ง THE IRISHMAN และ MARRIAGE STORY
ความต่างสุดขั้วชิงชัยภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

โดยภาพยนตร์ ที่ Netflix ส่งเข้าชิง Best Picture ทั้ง 2 เรื่องมีความต่างแบบสุดขั้วกันอยู่ อย่าง THE IRISHMAN ของปู่สกอร์เซซีเป็นการเล่าชีวิตมือปืนประจำกลุ่มมาเฟีย ซึ่งในสไตล์หนังอาชญากรรมต้นตำหรับแบบที่เราเคยสัมผัสจาก The Godfather หรือ Goodfelles ซึ่งนำแสดงโดยนักแสดงรุ่นเก๋าขาประจำหนังมาเฟีย อย่าง Joe Pesci, Robert De Niro และ Al Pacino จากดีกรีทั้งหมดที่บอกมาจึงไม่แปลกที่จะเข้าชิงถึง 10 สาขา

THE IRISHMAN OSCAR NOMINATIONS

  • ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
  • นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม | Al Pacino
  • นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม | Joe Pesci
  • ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม 
  • ถ่ายภาพยอดเยี่ยม
  • ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม
  • ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม
  • เทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม
  • ลำดับภาพยอดเยี่ยม
  • บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม

ขณะที่ MARRIAGE STORY ของ Noah Baumbach ตรงกันข้ามกับเรื่องบนอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็นหนังดราม่าครอบครัวเล่าเรื่องชีวิตของคู่ ที่กำลังจะถึงจุดสิ้นสุดตรงการหย่าร้าง ซึ่งพล็อตไม่ซับซ้อน แต่ด้วยการบทบาทการแสดงที่ส่งฟิลลิ่งถึงกัน จนรู้สึกตึงในอารมณ์เหมือนไปอยู่กลางปัญหาเหล่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ 6 สาขา ที่เรื่องนี้เข้าชิงเป็นการแสดงเสียกว่าครึ่ง

MARRIAGE STORY OSCAR NOMINATIONS

  • ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
  • นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม | Adam Driver
  • นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม | Scarlett Johansson
  • นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม | Laura Dern
  • ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
  • บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม

ซึ่งเมื่อมานั่งลำดับดูแล้วมีถ้าหาก Netflix Originals สามารถคว้าทุกรางวัลที่เข้าชิงได้ เท่ากับว่าปีนี้อาจมี 15 รางวัลที่ตกเป็นของวงการ ภาพยนตร์ Steaming

NETFLIX ไม่ควรชิง Oscar ?

แน่นอนว่าการที่ Steaming เข้ามาท้าทายวงการภาพยนตร์แบบนี้ ย่อมมีคนทำหนังบางส่วนไม่ยอมรับ อย่างเช่น ตัวพ่อของ Hollywoods อย่าง Steven Spielberg ที่เคยออกมาร้องขอให้กีดกันภาพยนตร์ของ Netflix originals อย่าง Roma และ The Ballad of Buster Scruggs ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในปี 2019 ซึ่ง Spielberg เคยให้ความเห็นว่า “เพราะว่าภาพยนตร์เหล่านี้ไม่ได้ถูกฉายขึ้นบนโรงภาพยนตร์ ซึ่ง Netflix กำลังสร้างโมเดลการจัดจำหน่ายขึ้นมาในอีกรูปแบบ ซึ่งมันจะทำให้นักแสดงใน Hollywood ผิดหวังมาก”

ซึ่งผู้กำกับหลายคนเองก็ออกมาบ่นในลักษณะเดียวกับ Spielberg เพราะพวกเขาเหล่านั้นมองว่า Oscar เป็นมากกว่ารางวัลที่ทรงคุณค่า แต่เป็นวัฒนธรรมที่ควรคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ ซึ่งคำตอบเองก็มีหลายมุมมองก็ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกมองในมุมไหน

สุดท้ายแล้วโดยส่วนตัวไม่ประหลาดใจที่ Content จากวงการ Steaming จะมีชื่อเข้าชิงรางวัลเยอะขนาดนี้ เพราะส่วนหนึ่งได้เห็นพัฒนาการของ Netflix มาตลอด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเชื่อว่า รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม อาจจะยังไม่ใช่ของพวกเขาในปีนี้เพราะคู่แข่งอย่าง 1917 และ Once Upon a Time…in Hollywood มาแรงพอกัน การันตีจาก Gloden Globes 2020 แต่อะไรก็ไม่แน่ไม่นอน วันที่ 10 กุมภาพันธ์ นี้ รู้กัน!

Reference :

https://www.cnbc.com/2020/01/13/oscars-2020-netflix-leads-oscar-nominations-with-24-nods.html
https://movieweb.com/steven-spielberg-oscars-netflix-backl…/
Categories
Uncategorized

ย้อนเวลา Oscar ครั้งที่ 1 ตามหา ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เรื่องแรก..? – Back To Talk

อีกไม่กี่วันงาน ออสการ์ ครั้งที่ 92 ก็จะเริ่มขึ้น ซึ่งนับถึงตอนนี้ก็ใกล้จะครบหนึ่งศตรวรรษแล้วสำหรับงานประกาศรางวัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกภาพยนตร์ ซึ่งแน่นอนว่าปีนี้มีหลายเรื่องที่น่าสนใจเช่นเคย แต่เคยนึกย้อนกลับไปบ้างไหม..? ว่า Oscar ในปีแรกมีหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วรางวัลใหญ่อย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยมค คือเรื่องไหนกัน เราจึงจะมาย้อนเวลาตามหา ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เรื่องแรก ของ Oscar กัน!

จุดเริ่มต้นของ Oscar 

ก่อนเราจะไปรู้จัก ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเรื่องแรก ของ Oscar คือเรื่องอะไร..? ขออนุญาตเกริ่นถึงที่มาที่ไปของรางวัลนี้ก่อน โดยออสการ์ครั้งแรกถูกจัดขึ้นในปี 1929 เป็นงานแจกรางวัลเล็กๆ ถูกจัดขึ้นแบบงานเลี้ยงอาหารค่ำ ในโรงแรม Roosevelt ตั้งอยู่ในส่วนหนึ่งของ Hollywood ซึ่งมีผู้ร่วมงานไม่ถึง 250 คน ภายหลังได้เปลี่ยนมาจัดที่โรงแรม Ambassador และยังมีการกระจายเสียงสดผ่านทางวิทยุ แสดงให้เห็นว่าเริ่มได้รับความสนใจจากคนทั่วไป

ต่อมาในปี 1953 การประกาศรางวัลเปลี่ยนมาแพร่ภาพทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรก ซึ่งมีผู้ชมและให้ความสนใจหลายล้านคน จนกระทั่ง ปี ค.ศ. 1969 มีการออกอากาศไปทั่วโลกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ในช่วงทศวรรษแรก พิธีประกาศผลรางวัลออสการ์ได้จัดในหลายสถานที่ของรัฐแคลิฟอเนียร์ ท้ายที่สุด Oscar ก็ได้ย้ายมาจัดที่ โกดักเธียเตอร์ (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Dolby Theater) ในปี ค.ศ. 2002 และใช้มาจนถึงปัจจุบัน

ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมชุดแรกที่เข้าชิง

โดยหนังที่เข้าชิง Outstanding Picture (ปัจจุบันใช้ชื่อว่า Academy Award for Best Picture) ในครั้งแรกนั้น มี 3 เรื่อง 3 สไตล์ เข้าชิง ได้แก่

ภาพจาก : IMDB.com
  • 7th Heaven (1927 film) ภาพยนตร์โรแมนติกสูตรสำเร็จสุดคลาสสิคจาก Fox Film ซึ่งส่งให้ Janet Gaynor คว้าตำแหน่งนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม, Frank Borzage ผู้กำกับยอดเยี่ยมตามลำดับ และภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ม แถมยังเป็นภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดแห่งปี

ภาพจาก : IMDB.com
  • The Racket (1928 film) ภาพยนตร์ดราม่า-อาชญากรรมจากค่าย The Caddo Company ซึ่งถูกดัดแปลงมาจาก บทประพันธ์ ของ ละคร Broadway ของ Bartlett Cormack ในปี 1927 ซึ่งได้รับความนิยมจนถูกนำมาหนังโรงฟอร์มใหญ่

ภาพจาก : IMDB.com
  • Wings (1927 film) ภาพยนตร์สงครามโดย Paramount Pictures ฝีมือ William A. Wellman ทำออกมาได้ดีด้วย การถ่ายทำที่ล้ำสมัยสุดๆ ในยุคนั้น จนแจ้งเกิดเปิดเส้นทางบน Hollywood ให้กับ Clara Bow, Charles ‘Buddy’ Rogers และ Richard Arlen

OUTSTANDING PICTURE 1929 IS … WINGS!!

แล้วผู้ชนะที่ได้รางวัลเป็นภาพยนตร์ เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์สงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งใช้เทคนิคการถ่ายทำพิเศษหลายร้อยกระบวนการ รวมถึงมีนักบิน 300 คนกับเครื่องบินของกองทัพอากาศสหรัฐ เข้าร่วมถ่ายทำฉากรบกลางเวหาสุดยิ่งใหญ่ รวมถึงการใช้นักแสดงในบททหารราบ 3,500 นายในสนามรบเพื่อทำการผลิตฉากสงครามในระยะเวลากว่าสิบวัน

ด้วยลำดับการต่อสู้ทางอากาศที่สมจริง Wings จึงได้รับการยกย่องให้เป็นความสมจริง และกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่สำหรับภาพยนตร์การบินในอนาคต เพราะในยุคนั้นหนังเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเดียวที่ทำแบบนี้ได้จึงไม่แปลกที่ จะได้รับรางวัล Outstanding Picture ควบกับ Best Engineering Effects (ปัจจุบันใช้ชื่อ Best Visual Effects) ไปครอง

อีกสิ่งที่เป็นตำนานไม่แพ้กันคือ ฉากชายสองคนจูบกัน เนื่องจากในยุคนั้น ชายรักชาย เป็นเรื่องที่ยังไม่ถูกยอมรับทางสังคมอเมริกามากนัก จึงเป็นที่ฮือฮามาก

จนในปี 1997 Wings ได้รับเลือกให้เก็บรักษาใน สำนักทะเบียนภาพยนตร์แห่งชาติของสหรัฐอเมริกา โดยหอสมุดแห่งชาติ ว่าเป็น “culturally, historically, or aesthetically significant” ในที่สุด

และนี่ก็คือ ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ได้รางวัลออสการ์ แล้ววันที่ 10 กุมภาพันธ์ มาลุ้นกันอีกครั้งในครั้งที่ 92 กัน ส่วนตัวแอบหวังไว้กับ 1917 หนังสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่เหมือนกับ Wings จะผงาดในปีนี้!

Reference :

https://www.imdb.com/title/tt0018578/
https://www.imdb.com/title/tt0019304/
https://www.imdb.com/title/tt0018379/
https://en.wikipedia.org/wiki/1st_Academy_Awards
https://en.wikipedia.org/wiki/Wings_(1927_film)
Categories
news

นายกฯ อวยพร เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2563

คำกล่าวอวยพร พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2563

พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รัก

เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2563 ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยร่วมกันตั้งจิตอธิษฐานอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดอภิบาลประทานพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ มีพระราชประสงค์จำนงหมายสิ่งใด ขอจงสัมฤทธิ์ดังพระราชหฤทัยปรารถนา สถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าเหล่าพสกนิกรชาวไทยตราบกาลนิรันดร์

ในปีพุทธศักราช 2562 ที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นปีมหามงคล และปีแห่งความปลื้มปีติยินดีของคนไทยทั้งชาติ ที่ได้พร้อมใจกันถวายความจงรักภักดี เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามพระราชประเพณี นับเป็นสวัสดิมงคลของประเทศชาติและประชาชน แสดงให้เห็นถึงความรัก ความผูกพันและความจงรักภักดีของประชาชนชาวไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มาอย่างยาวนาน

ห้วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองปีใหม่นี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพี่น้องประชาชนทุกท่าน จะได้ใช้ช่วงเวลาในเทศกาลแห่งความสุขร่วมกับครอบครัว ญาติมิตรและพี่น้อง ด้วยความรัก ความสามัคคี มีความเอื้ออาทรต่อกัน สำหรับผู้ที่เดินทางสัญจรเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ ขอให้มีสติ ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท และคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งต่อตนเองและผู้อื่น เพื่อทำให้เทศกาลแห่งความสุขนี้ เต็มไปด้วยความทรงจำที่ดี และเป็นพลังในการก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ด้วยความสุข ความสดชื่น สมหวังและประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้านตลอดไป

พร้อมกันนี้ ผมขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร พลเรือน อาสาสมัคร ที่ปฏิบัติราชการอยู่ตามแนวชายแดน และที่คอยอำนวยความสะดวกดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลนี้ด้วย

เนื่องในวาระวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2563 ผมขออัญเชิญอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทุกท่านเคารพนับถือ อีกทั้งเดชะพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี โปรดดลบันดาลประทานพรให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่าน ประสบแต่สิ่งอันเป็นมงคล ปราศจากภยันตรายทั้งปวง มีพลังกาย พลังใจที่เข้มแข็ง และสัมฤทธิ์ผลในสิ่งพึงปรารถนาทุกประการโดยทั่วกัน

Categories
news

ในหลวง พระราชทานพรปีใหม่ พุทธศักราช 2563

[summary]
*ในหลวง พระราชทานพรปีใหม่คนไทย
*ขอให้มีกำลังกาย กำลังใจ และสุขภาพที่แข็งแรง
*เรียนรู้ที่จะแก้ไข ปรับปรุง ความบกพร่อง เพื่อจะไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก
[/summary]

เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัส แก่ปวงชนชาวไทย เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2563 ความว่า

เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2563 ข้าพเจ้าขอถือโอกาสนี้ อำนวยพร ความสุข และความปรารถนาดี แก่ทุก ๆ ท่าน ขอให้มีกำลังกาย กำลังใจ และสุขภาพที่แข็งแรง สติปัญญาผ่องใส มีศรัทธาและความสำนึก ในการประพฤติและดำรงตนในกรอบของความดีงาม ถูกต้อง และพอเหมาะพอควร มุ่งมั่นที่จะร่วมกันสร้างประโยชน์ ให้แก่ประเทศชาติ และส่วนรวม

ในการทำงานใด ๆ ก็ดี ย่อมต้องมีความผิดพลาด ความบกพร่องเกิดขึ้น เป็นเรื่องธรรมดา หากความบกพร่องนั้น นำไปสู่การเรียนรู้ที่จะแก้ไข ปรับปรุง ข้อผิดพลาดหรือข้อบกพร่องที่ผ่านมา ให้กลายเป็นบทเรียนแก่ตนเอง ผู้อื่น และส่วนรวม สิ่งนั้นจึงจะเรียกว่า เกิดการเรียนรู้ หรือเกิดบทเรียน

ทั้งนี้ ประสบการณ์ และสติปัญญา ตลอดจนความรู้ความสามารถ ที่จะนำมาใช้เป็นเครื่องกำกับตนเอง ไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดหรือบกพร่องซ้ำอีก อันจะอำนวยให้บังเกิดผลในอนาคตที่เหมาะสมเหมาะควรนั้น คือการบังเกิดขึ้นของความเจริญ และความเป็นมงคลอย่างแท้จริง

ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเคารพนับถือ พร้อมด้วย พระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จงปกป้องคุ้มครอง ให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ และความเป็นมงคล ตลอดพุทธศักราช 2563 นี้ และตลอดกาลทุกเมื่อไป

Categories
news

สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรมในวันขึ้นปีใหม่ 2563

[summary]
*ให้ระมัดระวังทุกการกระทำ อย่าประมาท
*หากมีทุกข์ อย่าท้อแท้ แต่ให้ใช้เป็นเครื่องเตือนใจว่าเป็นธรรมดาของโลก
*ขอให้หมั่นอบรมเพิ่มพูนคุณธรรม เพื่อความเจริญก้าวหน้าในชีวิต
[/summary]

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๓ ความว่า

บัดนี้ บรรลุถึงอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๓ เมื่อถึงวาระเถลิงศก ผู้คนทั้งหลายต่างปรารถนาจะได้รับพรอันประเสริฐกันทุกคน ด้วยมุ่งหวังให้ความสุข ความเจริญ บังเกิดแก่ชีวิตของตน และบุคคลอันเป็นที่รัก

ในทางพระพุทธศาสนา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระอนุศาสน์สั่งสอนย้ำเตือนให้พุทธบริษัท มีศรัทธามั่นคงในหลักกรรมและวิบาก คือการกระทำและผลจากการกระทำของตนเอง

“กรรม” นั้นย่อมได้แก่เจตนาหรือความตั้งใจ ที่เป็นกุศล หรือเป็นอกุศล เป็นเหตุให้กระทำกุศลกรรมหรืออกุศลกรรม ทางกาย ทางวาจา และทางใจ อันที่จริงแล้ว “กฎแห่งกรรม” ก็คือ กฎแห่งธรรมะประเภทหนึ่งนั่นเอง

เพราะการที่กระทำสิ่งหนึ่งลงไป ย่อมเป็นปัจจัยให้สิ่งหนึ่งเกิดขึ้นตามมาเสมอ บุคคลจึงจำเป็นต้องระมัดระวังเหตุ ในทุก ๆ การกระทำ ด้วยความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม เพื่อที่จะได้รับผลดีคือ ความไม่ทุกข์ หากท่านรักสุขเกลียดทุกข์ ก็จงอย่าประพฤติทุจริต

ไม่ว่าด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจ ซึ่งล้วนเป็นเหตุแห่งความทุกข์ ทุกคนย่อมมีทางเลือกของตนเอง ที่จะสามารถตัดผลกรรมหรือแก้ผลกรรมอันเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้

ทั้งนี้ มิใช่ด้วยการประกอบพิธีกรรม หรือด้วยการอ้อนวอนร้องขอให้ผู้ใดผู้หนึ่งมาดลบันดาล หากแต่ด้วยการมีสติรู้ตัว งดเว้นจากการกระทำ การพูด และการคิดชั่ว นับเสียแต่บัดนี้ แล้วมีสัมปชัญญะรู้คิด ในอันที่จะทำสิ่งที่ดีงามให้ทวียิ่งขึ้นอยู่ทุกขณะจิต ในที่สุดก็ย่อมจะเป็นเหตุเป็นปัจจัย นำพาให้ได้รับผลอันพึงปรารถนาในเบื้องหน้า

ในขณะเดียวกัน หากท่านกำลังเผชิญกับความทุกข์ ก็จงอย่าท้อแท้ อย่าหมกมุ่นอยู่กับความรู้สึกห่อเหี่ยวตรอมตรม และอย่าตีโพยตีพายโทษผู้หนึ่งผู้ใด แต่จงเร่งใช้โอกาสที่ประสบความทุกข์อยู่นั้น เป็นเครื่องฉุกใจให้คิดได้ ให้ตระหนักเห็นถึงสภาวลักษณะตามธรรมดาของโลก

ให้เข้าใจในความจริงว่าไม่มีชีวิตใดเลยที่ไม่ต้องเผชิญกับความทุกข์ แล้วปฏิญาณในใจ ณ ขณะปัจจุบันนั้นว่า จะไม่เผลอทำชั่ว ซึ่งย่อมส่งผลเป็นความทุกข์ในอนาคตอีก พร้อมกับเร่งขวนขวายศึกษาอบรมตน ให้งอกงามด้วยคุณธรรมยิ่งๆ ขึ้นไป

ผู้ปรารถนาความสุขในปีใหม่ จึงพึงระลึกรู้อยู่เสมอว่า ต้นเหตุของความทุกข์ คือการประกอบกรรมชั่ว ต้นเหตุของความสุข คือการประกอบกรรมดี การที่คิดว่าทำดีไม่ได้ดี ทำชั่วไม่ได้ชั่ว จัดเป็นความคิดอย่างมิจฉาทิฐิ

ด้วยเหตุที่ยังไม่มีปัญญาสอดส่องรู้ถึงกฎแห่งกรรม อันเป็นกฎแห่งธรรมะ ท่านทั้งหลายควรเริ่มต้นแก้ไขปัญหาชีวิตของตนเอง ด้วยการทำความเห็นให้ถูกต้อง แล้วไม่ประมาทในการศึกษาอบรมเพิ่มพูนคุณธรรม เพื่อความเจริญก้าวหน้าสืบไปเถิด

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และคุณงามความดีที่ทุกท่านได้ร่วมกันสร้างสรรค์ จงบันดาลความเจริญรุ่งเรืองแก่ประเทศชาติ และประชาชน ยังความปราโมทย์เบิกบานพระกมล ให้บังเกิดใน สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้าทั้งสองพระองค์

ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เพื่อจักได้เสด็จสถิตธำรง ทรงเป็นมิ่งขวัญหลักชัยอยู่ยิ่งยืนนาน ทรงปกป้องพสกนิกร ให้ภิญโญสโมสรด้วยความสุขเกษมศานต์ ตลอดพุทธศักราช ๒๕๖๓ โดยทั่วกัน เทอญ.